ประวัติ โจเซฟ ไฮเดิน ฟรานซ์ | About

โจเซฟ ไฮเดิน ฟรานซ์

โจเซฟ ไฮเดิน ฟรานซ์ |

  • วันเกิด 2275, เสียชีวิต 31 พฤษภาคม 2352
  • ส่วนสูง
  • เกิดที่ เมืองโรห์โร ฮังการี ประเทศออสเตรีย

ติดตาม Instagram

ฟรานซ์ โจเซฟ ไฮเดิน เป็นคีตกวีชาวออสเตรีย เกิดเมื่อปีค.ศ. 1732 ที่เมืองโรห์โร ติดพรมแดนประเทศฮังการี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1809 เนื่องจากเป็นคีตกวีในความดูแลของราชสำนัก จึงได้ประพันธ์บทเพลงไว้เป็นจำนวนมาก ได้ชื่อว่าเป็น บิดาแห่งซิมโฟนี และ บิดาแห่งสตริงควอเต็ต โจเซฟ ไฮเดิน เกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง บิดาเป็นช่างทำรถเทียมม้าที่หลงใหลในดนตรี ส่วนมารดาเป็นแม่ครัวในบ้านของคหบดี เมื่อเฮย์เด้นมีอายุได้หกขวบ เขาก็ได้เรียนดนตรีกับโยฮันน์ มัธเธียส แฟร้งค์ ผู้ซึ่งถูกจ้างให้มาสอน เมื่ออายุได้แปดปี เสียงอันไพเราะ (เสียงโซปราโนอันแหลมสูง) ของไฮเดินเป็นที่สะดุดหู เขาเลยได้เข้าร่วมวงขับร้องประสานเสียง แห่งมหาวิหารซังต์เอเทียนแห่งกรุงเวียนนา ที่นั่น เขาหัดเล่นดนตรีด้วยตนเอง เขาต้องถูกขับออกจากวงเมื่ออายุได้ 17 เมื่อเสียงเริ่มแตกพาน โจเซฟ ไฮเดินมีชีวิตที่ลำบากในช่วงปีต่อๆมาของชีวิต มีความเป็นอยู่แร้นแค้น หาเลี้ยงชีพด้วยการรับเล่นดนตรีในงานเต้นรำและงานพิธีฝังศพเป็นครั้งคราว เขาได้กลายเป็นครูด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนพ่อ ชื่อนายพอร์พอร่า ที่เขามีโอกาสได้ทำความรู้จักในปีค.ศ. 1753 ซึ่งต่อมาได้จ้างเขาเป็นเลขานุการส่วนตัว นิโคล่า พอร์พอร่า ครูสอนขับร้องและคีตกวีชื่อดังได้สอนให้เฮย์เด้นประพันธ์เพลง และแนะนำให้เขารู้จักกับแวดวงสังคมชั้นสูง ในปีค.ศ. 1757 โจเซฟ ไฮเดินได้ประพันธ์บทเพลงควอเต็ตเครื่องสายบทแรกๆ ที่ทำให้เขาได้เป็นที่รู้จัก และในปีถัดมา เขาก็ได้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลวิหารส่วนตัวของท่านเค้านท์ ฟอน มอร์ซิน ในปีนี้เองที่เฮย์เด้นได้ประพันธ์ซิมโฟนีบทแรก ในสมัยนั้น เขาได้ตกหลุมรักลูกศิษย์คนหนึ่งและได้ขอหล่อนแต่งงาน แต่เนื่องจากหญิงผู้นี้จะต้องเข้าคอนแวนต์ เขาจึงยอมรับที่จะแต่งงานกับพี่สาวที่มีอายุแก่กว่าหล่อนสี่ปี มีชื่อว่ามาเรีย อานนา เคลเลอร์ ซึ่งทั้งคู่ต้องแยกทางกันในอีกไม่กี่ปีต่อมาโดยไม่มีบุตรด้วยกัน ในปีค.ศ. 1761 โจเซฟ ไฮเดินได้ตำแหน่งงานในครอบครัวคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดครอบครัวหนึ่งในยุโรป นั่นคือครอบครัวของเจ้าชายเอสเตอร์ฮาซี แห่งฮังการี เขาได้ทำงานอยู่ที่นั้นนานถึงสามสิบปี ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เขาได้ประพันธ์บทเพลงไว้มากมาย ทั้งซิมโฟนี ควอร์เต็ตเครื่องสาย คอนแชร์โต้ โซนาต้าสำหรับเครื่องดีด บทเพลงสำหรับบาริโทน โอเปร่า บทเพลงเพื่องานรื่นเริง รวมถึงบทเพลงทางศาสนา ความโด่งดังของโจเซฟ ไฮเดินเป็นที่ขจรขจายไปทั่วทวีปยุโรป นักดนตรีในวงของเขาได้ตั้งฉายาให้เขาว่า คุณพ่อไฮเดิน เนื่องจากเฮย์เด้นได้ดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี แต่เฮย์เด้นก็อาจได้รับฉายาดังกล่าวในฐานะ บิดาแห่งซิมโฟนี (ซึ่งถ้าแม้เขาไม่ได้เป็นผู้แรกที่คิดค้นดนตรีประเภทนี้ขึ้นมาแล้ว เขาก็ได้ประพันธ์มันไว้กว่า 104 บท!) ในปีค.ศ. 1781 โจเซฟ ไฮเดินได้ผูกมิตรกับโมซาร์ท สหายต่างวัย แม้ว่าทั้งคู่จะมีอายุห่างกันกว่า 24 ปี ทั้งคู่มีอิทธิพลทางดนตรีซึ่งกันและกัน จนเป็นเพื่อนสนิทกัน ฝ่ายโมซาร์ทเห็นว่าไฮเดินมีอัจฉริยะภาพในทางดนตรี และฝ่ายไฮเดินก็มองโมซาร์ทว่า โมซาร์ทเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง ฉันพึ่งเคยเห็นความอัจฉริยะทางดนตรีซึ่งในยุคไม่มีใครเทียบได้ จนเขียนจดหมายส่งไปหายพ่อของโมซาร์ทและยกย่องโมซาร์ทว่า “โมซาร์ทนั้นเปรียบเสมือนเป็นบุตรที่พระเจ้าประทานพรมาให้และสร้างความรื่นเริงแก่มวลชน ซึ่งข้าพเจ้าเทียบไม่ติดเลยกับโมซาร์ท ข้าเลยต้องคุกเข่าให้แก่โมซาร์ท ซึ่งเหนือกว่าข้าเสียอีกด้วยซ้ำ” และเวลาเดียวกัน ท่านไฮเดินก็ได้พบกับเบโธเฟ่น ในขณะที่ไฮเดินจะเดินทางไปที่กรุงลอนดอน จึงผ่านกรุงบอนน์ และได้พบกับเบโธเฟ่น ไฮเดินเห็นความสามารถทางดนตรีของเบโธเฟ่นแล้ว จีงได้ชักชวนให้เบโธเฟ่นมาเป็นศิษย์ และเวลาเรียนดนตรีกับไฮเดินนั้น เบโธเฟ่นมีความคิดแย้งกับไฮเดินซึ่งเป็นครู เพราะว่า ทฤษฏีของไฮเดินนั้นดูจู้จี้และขี้บนเกินไป และฝ่ายไฮเดินไม่พอใจกับศิษย์มากเท่าใดนั้นเพราะว่า เบโธเนเป็นคนหัวแข็ง ไม่ฟังอาจารย์สอน และไฮเดินก็ไม่ชอบเพลงทริโอของเบโธเฟ่นมากนัก เบโธเฟ่นต้องแอบไปเรียนการแต่งเพลงกับโจฮันน์ จอร์จ อัลเบรชสเบอร์เกอร์ (Johann George Albrechsberger) อยู่ 2 ปี เบโธเฟ่นได้เก็บเป็นความลับมานานจนไฮเดินรู้ ความลับแตก ไฮเดินโกรธมากเพราะว่าเขาไม่เคยสนใจไฮเดินเลย ทำไมเบโธเฟ่นเคืองจัด ตะวาดด้วยความไม่มียั้งคิดออกมาว่า “แล้วทำไมจะให้ฉันต้องดำเนินทฤษฏีดนตรีแบบแผนเก่า ๆ ไปอีกด้วย ฉันมีสไตล์ของฉัน” และความสัมพันธ์ของไฮเดินและเบโธเฟ่นต้องแยกจากกัน แต่ไฮเดินก็คิดว่า เบโธเฟ่นจะมีความคิดยังไงก็ช่างเขาเถอะ ก้ถือว่าสอนศิษย์แล้วก็คือว่า ศิษย์มีครูก็แล้วกัน ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเอสเตอร์เฮซี ในปีค.ศ. 1791 โจเซฟ ไฮเดิน ก็ได้หมดภารกิจและได้เดินทางไปพำนักที่กรุงลอนดอนถึงสองครั้ง ที่ซึ่งเขามีชื่อเสียงดังกว่าเดิมอีัก จากนั้นเขาจึงกลับมาตั้งรกรากที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เขามีลูกศิษย์ลูกหาอย่างเช่น ลุดวิก ฟาน เบโทเฟน ที่มาเรียนกับเขาตั้งแต่ปีค.ศ. 1792 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเบโธเฟนไ่ม่เรียบลื่นเหมือนระหว่างเขากับโมซาร์ท จนอาจกล่าวได้ว่าไม่ลงรอยกัน ด้วยความเหนื่อยล้าและป่วยหนัก โจเซฟ ไฮเดิน เนื่องจากทำงานตรากตรำเกินไป เลยต้องหยุดการประพันธ์ผลงานในช่วงบั้นปลายของชีวิต และเขาก็อาการป่วยได้คุกคามจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ เขาได้ขอร้องให้ใครก็ได้ช่วยพยุงเขาไปที่เปียโนที และเขาเล่นเพลงชาติของออสเตรีย ที่ต้องแก้ไขถึง 3 ครั้ง แล้วหลังจากนั้นไม่นาน โจเซฟ ไฮเดินได้เสียชีวิตลงในช่วงที่กองทัพของนโปเลียนเข้ายึดครองกรุงเวีัยนนาสำเร็จ ศพของเขาไม่น่าดูชมเท่าไรนัก เป็นต้นว่าศีรษะหายไป… ผลงาน โอตาริโอหลายบท เป็นต้นว่า พระเจ้าสร้างโลก (Hob. XXI:2) และฤดูกาล (Hob. XXI:3) เพลงสวดมิสซา 14 บท รวมถึงมิสซา เนลสัน ซิมโฟนี 104 บท รวมถึงซิมโฟนีหมายเลข 103 ที่โด่งดัง บทเพลงสำหรับบรรเลงด้วยวงควอเต็ตเครื่องสายอีก 84 บท รวมถึง ควอเต็ต โอปุสที่ 76 หมายเลข 2 อันโด่งดัง ทริโอ 31 บทสำหรับบรรเลงกับเปียโน โซนาต้าสำหรับเปียโน 60 บท ปิดเนื้อเรื่องย่อเพิ่มเติม

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บันเทิงแนะนำ

บันเทิงล่าสุด