ช็อก ! ชาคริต แย้มนาม เล่าปมเคยคิดสั้นลั่นไกยิงตัวตาย ยิงแล้วแต่รอดเพราะ…

โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน สำหรับ ชาคริต แย้มนาม ด้วยฝีมือการแสดงเหนือชั้น พ่วงด้วยตำแหน่งพระเอกไม้เลื้อย จนตอนนี้เจ้าตัวแต่งงานมีครอบครัวสุดอบอุ่นและมีลูกชายเป็นแก้วตาดวงใจ แต่หลายคนก็ยังยกตำแหน่งนี้ให้

ล่าสุด (21 เมษายน 2565) ชาคริต ก็ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ในรายการ ซานิเบาได้เบา ทางช่องยูทูบ One Playground ถึงเรื่องการเป็นตำนานพระเอกไม้เลื้อยว่า เป็นเพราะว่าเล่นหนัง เล่นละครเยอะ มันก็จะมีข่าวคู่พระนาง ซึ่งเราได้คู่กับนางเอกเยอะ แทบไม่ได้เล่นกับนางเอกซ้ำเลย ส่วนที่มีคนมองว่าเจ้าชู้ก็เพราะกระแสข่าวปั่นกันไป แต่เรื่องจริงคือก็มีแค่คนที่เราบอกว่าแฟน บางคนที่มีข่าวด้วยเรายังงงว่าเมื่อไหร่ เพราะไม่เคยร่วมงานกันเลย

อย่างก่อนหน้านี้เป็นเรื่องหลังแต่งงานแล้ว ตอนนั้นไปห้างกับภรรยา แต่ภรรยาไปเข้าห้องน้ำ เรายืนอยู่กับเพื่อนของเขาซึ่งตอนนี้เขาคือภรรยาของ หนึ่ง ETC พอวันรุ่งขึ้นก็มีข่าวว่าเรากิ๊กกับเขาเฉยเลย ถามว่าอยากแก้ข่าวไหมตอนแรก ๆ ก็โกรธที่โดนข่าว แต่พอได้คุยกับแม่ก็เริ่มปลง มองว่าความจริงมันเป็ยยังไงก็มีตัวเราที่รู้ เราก็ต้องเข้มแข็ง จริง ๆ โดนข่าวหนักสุดถึงขั้นแม้แต่ญาติหรือเพื่อนไม่อยากออกไปไหนด้วยเพราะกลัวเป็นข่าว

ภาพจาก One Playground

  และเมื่อถูกถามว่า คนอย่างชาคริตก็อกหักเป็นเหรอ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เป็นคนค่อนข้างที่จะจริงจังกับความรัก เวลามีแฟน เราก็ตั้งใจที่จะทำให้มันดี พร้อมเผยว่าเราเองก็เกิดมากับครอบครัวที่มีคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เพราะคุณพ่อคุณแม่เลิกกัน เราก็จะเห็นความที่เป็นแฟมิลี่ที่มันไม่เพอร์เฟกต์เป็นยังไง ต่อให้เราจะมีครบมีทุกอย่าง แต่สุดท้ายแล้วใจลึก ๆ มันก็ยังขาดอยู่ เพราะฉะนั้นมันเป็นความตั้งใจ ที่มันซึมซับมาตั้งแต่เด็กเลยว่า เราอยากมีครอบครัวที่เพอร์เฟกต์

และบางทีเต็มที่จนมันกลายเป็นมากเกินไป เต็มที่จนบางครั้งเราก็ไม่ได้มองรอบ ๆ ว่า เครียดไปหรือเปล่า จริงจังตลอด เวลาเฟล มันก็เฟลหนัก ส่วนตอนที่เฮิร์ตหนักสุด คือประมาณอายุ 20 กว่า ๆ ช่วงนั้นเข้าวงการแล้ว ถือปืนอยู่ มีปืนอยู่ ก็มึน ๆ ด้วยแหละ ก็คงแบบว่าด้วยความโมโห ด้วยความอะไรอย่างนี้ มันก็เบลอไปหมด ก็เอาปืนมาแล้วยิง แต่ว่าโชคดีกระสุนมันแฉลบ และเมื่อถามว่ายิงไปแล้วด้วยเหรอ ? ด้านชาคริตได้เผยว่า ยิงไปแล้ว แต่คุณแม่ก็พังประตูเข้ามาเห็นแล้วก็ร้องไห้ หลังจากนั้นพอเราได้เห็นภาพนั้นก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว

จากเหตุการณ์นั้นทำให้เราตื่นขึ้นมา แล้วมันก็เป็นบทเรียนที่คุ้มค่าจริง ๆ ก่อนจะเผยต่อว่าทำให้มันเต็มที่พอดี ๆ แล้วถ้ามันไปได้มันก็ไปได้ ถ้ามันไม่ได้ มันก็ไม่ได้ อย่าไปคาดหวัง ถ้าเกิดมันใช่ มันก็ใช่ คนเราประสบการณ์ชีวิตมันต้องมี แต่สิ่งที่เราไม่สามารถดึงกลับมาได้คือการที่แม่เราช็อกที่เห็นเราเป็นแบบนั้น และมันถือเป็นอุทาหรณ์ ที่จะจำไปตลอดชีวิต ซึ่งจากครั้งนั้นก็ทำให้เราเข็ดกับความรักไปเหมือนกัน

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บันเทิงแนะนำ

บันเทิงล่าสุด